มารี

มารี

ผู้เยี่ยมชม

kvmdkf@gmail.com

  บทสรุปแดงเดือดในมุมลิเวอร์พูล (42 อ่าน)

2021-01-19 11:48

บทสรุปแดงเดือดในมุมลิเวอร์พูล



เจอร์เก้น คล็อปป์ ผู้จัดการทีมชาวเยอรมันของ ลิเวอร์พูล ยอมรับตอนนี้เส้นทางการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ของทัพ "หงส์แดง" ค่อนข้างยากลำบาก ฉะนั้นเป้าหมายหลักก็คือการลุ้นทำอันดับไปเล่นศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก

แชมป์เก่าฟอร์มร่วงกราวรูดนับตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสจนกระทั่งเกมล่าสุดในศึก "แดงเดือด" ที่ทำได้เพียงแค่เสมอ "ปีศาจแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แบบไร้สกอร์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้พวกเขาสะกดคำว่าชนะไม่เป็น [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']4 [/size]เกมลีกติดต่อกัน นอกจากนี้อันดับยังร่วงกราวรูดไปอยู่ที่ [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']4 [/size]โดยโดน "เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ "สุนัขจิ้งจอก" เลสเตอร์ ซิตี้ แซงหน้าไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับปัญหาใหญ่ของ "หงส์แดง" ในเวลานี้ก็คือเกมรุกที่ขาดประสิทธิภาพอย่างมากโดยพวกเขายิงประตูไม่ได้เลยในเกมพรีเมียร์ลีก มานานถึง [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']348 [/size]นาที โดยหนึ่งในเหตุผลก็คือ โมฮาเหม็ด ซาลาห์[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'], [/size]ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ อยู่ในช่วงฟอร์มตกและขาดความมั่นใจ ซึ่งแน่นอนว่าทั้งหมดนี้ทำให้ความหวังในการป้องกันแชมป์ลีกค่อนข้างริบหรี่

ด้วยสถานการณ์ในเวลานี้ ลิเวอร์พูล ยังต้องเสียวสันหลังเพราะทั้ง เอฟเวอร์ตัน[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'], [/size]ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'], [/size]เซาธ์แฮมป์ตัน และ เชลซี ยืนหายใจรดต้นคอพร้อมที่จะแซงหน้าพวกเขาขึ้นไปยึดท็อปโฟร์[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'] [/size]โดย คล็อปป์ เปิดใจว่าเป้าหมายหลักในเวลานี้เปลี่ยนไปแล้ว

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']"[/size]ผมรู้มาตลอด ในฤดูกาลนี้ที่เราคว้าอันดับ [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']2 [/size]เราเก็บได้ [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']97 [/size]คะแนน ผมเริ่มคิดเกี่ยวกับเรื่องการคว้าแชมป์หลังจากที่เราได้ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอน ผมรู้เรื่องงานของผม ผมรู้ถึงสิ่งที่ผมต้องทำ ผมต้องนำทีมผ่านเข้าไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก และผมรู้ว่ามันยากลำบากมากแค่ไหน คุณพูดถูกแล้ว ฤดูกาลนี้มันคงเป็นเรื่องยากลำบากในการแย่งท็อปโฟร์"

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']"[/size]แฟนฟุตบอลเป็นมนุษย์ที่มีสายพันธุ์ที่มีความอดทนต่ำที่สุดในโลกใบนี้ พวกเขาต้องการชัยชนะทุกเกม ผมก็ไม่ต่างกัน แต่ผมอยู่ในวงการนี้มานานพอสมควรถึงได้รู้ว่ามันต้องมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก และนี่คือช่วงวิกฤติที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของผม มันยังไม่จบ เราต้องอดทน"

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']"[/size]เรามีแต้มที่ยังเกาะกลุ่มกับทีมอื่นๆ เพื่อที่สู้เพื่อสิ่งนี้ (ท็อปโฟร์) และนั่นคืองานของผม นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องทำ มันไม่ได้เกี่ยวกับว่า -ถ้าเราไม่ได้เป็นแชมป์ มันจะไม่สนุกอีกต่อไป-[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'] [/size]นั่นไม่เกี่ยวเลย เราสู้เพื่อทุกอย่าง ผมได้เห็นแล้วเมื่อคืนนี้ นั่นคือทั้งหมดที่ผมต้องการ" คล็อปป์ ร่ายยาว

ในโอกาสนี้จึงขอกะซวกถึง ลิเวอร์พูล บ้างแบบพอสังเขป

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']1.[/size]เมื่อ โฌแอล มาติ๊ป ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ลงสนาม เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่กล้าส่งกองหลังดาวรุ่งอย่าง แน๊ต ฟิลลิปส์ หรือ รีส วิลเลี่ยมส์ ลงไปเสี่ยง โดยยอมถอย จอร์แดน เฮนเดอร์สัน ลงมาเป็นเซ็นเตอร์ฯ ซึ่งทำได้ไฉไลเป็นบ้า ด้วยอ่านเกมขาด และมีความเยือกเย็นจนชิงเหลี่ยม เข้าเบียดบังทางคู่แข่งได้หลายจังหวะ

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']2.[/size]แม้จะไม่มีกัปตันทีมในแดนกลาง ทว่ามิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล ก็คุมเกมได้เหนือกว่าผู้มาเยือน เมื่อได้ลงตัวจริง เซอร์ดาน ชากีรี่ ทำเกมรุกได้อย่างมีสีสันและหวือหวากว่า อเล็กซ์-อ๊อกซ์เลด แชมเบอร์เลน หรือ เคอร์ติส โจนส์ ขณะที่ ติอาโก้ อัลคันตาร่า เป็นห้องเครื่องที่คุมจังหวะพลางกำหนดว่าจะช้าหรือเร็ว-จะสั้นหรือยาวช่วยให้เกมไหลลื่น

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']3.[/size]ปัญหาคือจังหวะสุดท้ายนี่แหละ ฟูลแบ็ค [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']2 [/size]ข้างเล่นเกมรุกเหมือนเป็นปีก แต่มักจะไปตายง่ายๆ ในจังหวะครอสส์บอลเข้ากลาง

หนักยิ่งกว่าคือ [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']3 [/size]ประสานในหน่วยล่าสังหารที่เหมือนเครื่องยนต์ที่ไม่ได้หยอดน้ำมันหล่อลื่น เฉพาะอย่างยิ่ง โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ที่ดูจะติดๆ ขัดๆ เหมือนถูกกางเกงในเข้าตูด ขณะที่ โม ซาล่าห์ กับ ซาดิโอ มาเน่ หนีการประกบของฟูลแบ็คคู่แข่งไม่ออกเลย

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']4.[/size]เกมรับไม่มีอะไรผิดพลาดน่าเกลียด แถมไม่เสียประตูก็จริง แต่เกมรุกกลับไม่ค่อยหลากหลายเท่าที่ควร

ลิเวอร์พูล หาจังหวะยิงได้เกือบ [size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']20 [/size]ครั้งก็จริง แต่เกมรับของ แมนฯ ยูไนเต็ด หนาแน่นเสียจนไม่ยินยอมให้พวกเขามีจังหวะยิงแบบจะแจ้ง

กล่าวคือไม่ใช่แค่ไร้ประสิทธิ์ภาพอย่างเดียว หงส์แดงหาจังหวะเผด็จศึกแบบเหน่งๆ แบบมันต้องตุงตาข่ายแทบไม่เจอต่างหาก หรือพูดง่ายๆ อีกอย่างว่าพวกเขาถูกบังคับให้ยิงไม่ถนัด แล้วแก้ไขไม่ได้นั่นแหละ

ลูกตั้งเตะทั้งฟรีคิกและเตะมุม พอไม่มี เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ กับ โฌแอล มาติ๊ป นี่กลายเป็นทำประโยชน์อะไรไม่ได้เลย

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']5.[/size]เท่านั้นไม่พอ

การขาด ดิโอโก้ โชต้า ยังคงส่งปัญหาอีกนัด เพราะเมื่อเกมรุกมันฝืดเคืองจนเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดๆ ผู้เป็นกุนซือแทบไม่มีทางเลือกในการแก้เกมสักเท่าไหร่ เนื่องจากเขามองว่าคุณภาพของ ดิว็อค โอริกี้ กับ ทาคูมิ มินามิโนะ ห่างจากผู้เล่นตัวจริงมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม การทำได้แค่เสมอทั้งที่ตัวเองบุกมากกว่า และมีโอกาสจบสกอร์มากกว่าก็ถือว่าไม่เสียหายอะไร หากมองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด มีโอกาสใกล้เคียงกับการเป็นประตูมากกว่า

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'] [/size]

[size= 12.0pt; font-family: 'Tahoma',sans-serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']สมัครสมาชิกคลิ๊ก[/size]

[size= 12.0pt; font-family: 'Tahoma',sans-serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman']แทงบอลออนไลน์[/size]

บทสรุปแดงเดือดในมุมลิเวอร์พูล

[size= 12.0pt; font-family: 'Times New Roman',serif; mso-fareast-font-family: 'Times New Roman'] [/size]

มารี

มารี

ผู้เยี่ยมชม

kvmdkf@gmail.com

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
กรุณากรอกตัวเลขผลลัพธ์จากด้านบน
Powered by MakeWebEasy.com