นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

  รถที่แรงที่สุด (160 อ่าน)

May 18, 2020 09:38

Lamborghini Veneno ได้รับการเปิดตัวครั้งแรกบนเวที Geneva Motor Show 2013 ในฐานะรถรุ่นพิเศษที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของการก่อตั้งบริษัท มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 740 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 609 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ได้ภายใน 2.9 วินาที มีรูปแบบตัวถังให้เลือกทั้งคูเป้และเปิดประทุน ซึ่งทั้งหมดมีอยู่เพียง 14 คันบนโลก อันดับที่ 7. Koenigsegg CCXR Trevita ราคา 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 153 ล้านบาท)Koenigsegg CCXR Trevita เป็นรถยนต์รุ่นสูงสุดในตระกูล CCX ที่ผลิตขึ้นจำกัดเพียงแค่ 3 คันเท่านั้น และหนึ่งในนั้นก็ตกไปอยู่ในมือของนักชกชื่อดังอย่าง ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ โดย CCXR Trevita มีความพิเศษอยู่ที่ตัวถังทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา ซึ่งถูกทำขึ้นในรูปแบบสีขาวประกายเพชรแทนที่จะเป็นสีดำแบบทั่วไป ติดตั้งเครื่องยนต์ V8 ความจุ 4.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 1,004 แรงม้า เว้ปบาคาร่า ที่ดีที่สุด



ตลอดระยะเวลาที่ทำตลาด รถยนต์ตระกูล CCX ถูกผลิตออกมาจำหน่ายเพียงแค่ 49 คันเท่านั้น ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นโมเดล Agera ในเวลาต่อมา อันดับที่ 6. Pagani Huayra Imola ราคา 5.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 178 ล้านบาท)Pagani Huayra Imola ไฮเปอร์คาร์สัญชาติอิตาลี ถูกแนะนำตัวให้ชาวโลกได้รู้จักไปเมื่อเดือนกันยายนปีที่ผ่านมา และเพิ่งเปิดเผยรายระเอียดทางเทคนิคเมื่อต้นปีนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.2 ลิตร ทวินเทอร์โบ จาก Mercedes-AMG ให้กำลังสูงสุด 827 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,100 นิวตันเมตร สิ่งนี้ส่งได้ผลให้ Huayra Imola คือไฮเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Pagani เคยสร้างมา นอกจากนี้ ตัวรถยังโดดเด่นไปด้วยปีกหลังขนาดใหญ่ ช่องดักลมบนหลังคา แชสซีส์โมโนค็อกเสริมแข็งแกร่งด้วยวัสดุพิเศษ และผลิตในจำนวนจำกัดเพียง 5 คันเท่านั้น อันดับที่ 5. Bugatti Divo ราคา 5.8 ล้านดอลลาร์ สนับสนุน โดย บาคาร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

May 19, 2020 10:06 #1

คุณค่าทางโภชนาการของผลกีวีทอง ต่อ 100 กรัม สรรพคุณกีวี่พลังงาน 60 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 14.23 กรัม น้ำตาล 10.98 กรัม เส้นใย 2 กรัม ไขมัน 0.56 กรัม โปรตีน 1.23 กรัม วิตามินบี 1 0.024 มิลลิกรัม 2% วิตามินบี 2 0.046 มิลลิกรัม 4% วิตามินบี 3 0.28 มิลลิกรัม 2% วิตามินบี 5 0.5 มิลลิกรัม 10% วิตามินบี 6 0.057 มิลลิกรัม 4% วิตามินบี 9 34 กรัม 9% ประโยชน์ของกีวี่โคลีน 5 กรัม 1% วิตามินซี 105.4 มิลลิกรัม 127% วิตามินอี 1.49 มิลลิกรัม 10% วิตามินเค 5.5 ไมโครกรัม 5% ธาตุแคลเซียม 20 มิลลิกรัม 2% ธาตุเหล็ก 0.29 มิลลิกรัม 2% ธาตุแมกนีเซียม 14 มิลลิกรัม 4% ธาตุแมงกานีส 0.058 มิลลิกรัม 3% ธาตุฟอสฟอรัส 29 มิลลิกรัม 4% ธาตุโพแทสเซียม 316 มิลลิกรัม 7% ธาตุโซเดียม 3 มิลลิกรัม 0% ธาตุสังกะสี 0.10 มิลลิกรัม 1% % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : สนับสนุน โดย บา คา ร่า

USDA Nutrient database) วิธีทำน้ำกีวีปั่น วิธีทำน้ำกีวีปั่นรสเปรี้ยวของกีวีเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนชื่นชอบ แต่ถ้ามันเปรี้ยวเกินไปก็คงจะไม่อร่อย เราจึงต้องผสมน้ำเขียวเข้มข้นและน้ำองุ่น เพื่อให้มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อยและรสชาติกลมกล่อม ชื่นใจ กีวีปั่นวิธีทำอย่างแรกให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ กีวีที่ใช้ปั่น 2 ผล / กีวีสไลซ์สำหรับตกแต่งหน้า / น้ำองุ่น 1½ ถ้วยตวง / น้ำเขียวเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ / น้ำแข็ง นำกีวี 2 ผลที่ได้มาปอกเปลือกเหลือแต่เนื้อแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ นำกีวีที่ปอกเปลือก น้ำองุ่น น้ำเขียวเข้มข้น ใส่ลงไปในโถปั่น ปั่นพอละเอียด ก็จะได้น้ำกีวี (จะใส่น้ำแข็งลงไปในโถปั่นเลยก็ได้) หลังจากนั้นนำมารินใส่แก้วพร้อมน้ำแข็ง ตกแต่งหน้าเล็กน้อยด้วยกีวีสไลซ์เพื่อความสวยงามและเพื่อให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น (ตกแต่งหรือไม่ก็ได้) เสร็จแล้วน้ำกีวีปั่นฝีมือของคุณ โทษของกีวี ในบางรายอาจมีอาการแพ้ได้ เพราะผลไม้กีวีมีเอนไซม์ชนิดพิเศษซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้ แต่อาการแพ้ดังกล่าวถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่มีเลย แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้กีวีสีเขียว คุณอาจจะไม่มีปัญหาหรือมีอาการแพ้กีวีสีทองก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ควรสอบถามแพทย์ก่อนที่จะรับประทาน สนับสนุน โดย บา คาร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

May 20, 2020 17:07 #2

ถั่วเขียวสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้แทบทุกส่วน โดยเมล็ดใช้เป็นอาหารของมนุษย์และสัตว์ ส่วนลำต้นและเปลือกที่เหลือ สามารถนำมาไถกลบลงดิน เพื่อช่วยบำรุงดินให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เนื่องจากมีชีวมวล (Biomass) สูง[4] ต้นถั่วเขียวที่เก็บฝักแล้ว สามารถนำมาใช้เป็นอาหารสัตว์ได้เป็นอย่างดี แถมยังมีคุณค่าทางอาหารสูงกว่าหญ้าอีกด้วย[10] ถั่วเขียวสามารถนำมาแปรรูปและใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลาย เช่น การนำมาใช้เพาะถั่วงอก หรือใช้ทำแป้งถั่วเขียว ทำวุ้นเส้น ทำซาหริ่ม หรือทำเป็นขนมต่าง ๆ เช่น ถั่วกวน เต้าส่วน เม็ดขนุน ถั่วแปบ ขนมลูกเต๋า ถั่วเขียวต้มน้ำตาล ทำข้าวเกรียบ ขนมครองแครง ขนมหันตรา ขนมลูกชุบ ขนมเทียนแก้ว ขนมเปียก ขนมกง ฯลฯ[2],[10] และฝักถั่วเขียวที่เกือบแก่ ยังนำมาใช้ต้มกับเกลือใช้กินเมล็ดได้เช่นเดียวกับถั่วแระ[10] กากถั่วเขียวเหลือจากโรงงานวุ้นเส้นสามารถนำมาใช้ทำเป็นอาหารสัตว์หรือใช้ทำเป็นปุ๋ยอินทรีย์ได้[4] สนับสนุน โดย คาสิโนออน์ไฃน์



วุ้นเส้นที่ผลิตมาจากถั่วเขียวมีคุณสมบัติการตอบสนองต่อน้ำตาลในเลือดต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับอาหารคาร์โบไฮเดรตอื่น ๆ อย่างเช่น ข้าวเจ้า ข้าวเหนียว หรือเส้นหมี่ เส้นก๋วยเตี๋ยว มันจึงเหมาะอย่างมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน[5] ถั่วเขียวยังสามารถนำมาใช้ในด้านความงามได้อีกด้วย โดยทำเป็นสครับถั่วเขียว สูตรทำให้ผิวพรรณชุ่มชื้น โดยไม่ทำลายผิวพรรณ เพราะมีค่า pH เท่ากับผิวกาย และช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ จึงช่วยชะลอการเสื่อมสภาพของผิว อีกทั้งกลิ่นจากถั่วเขียวยังช่วยทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้อีกด้วย วิธีการทำสครับก็คือให้นำถั่วเขียวที่ยังไม่ต้มมาบดพอให้หยาบ ผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อยหรือน้ำผึ้งก็ได้ แล้วนำมาพอกที่ใบหน้าหรือผิวกายทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีแล้วจึงล้างออก[5] ถั่วเขียวกับสูตรลดเลือนจุดด่างดำ หรือรอยแผลสิว รวมไปถึงรอยแผลที่เกิดจากผื่นคันตามร่างกาย ด้วยการใช้ถั่วเขียว 3 ช้อนโต๊ะ, มันฝรั่ง 1 หัว, และน้ำมันมะกอก 2 ช้อนชา ขั้นแรกก็ให้นำถั่วเขียวและมันฝรั่งมาล้างน้ำให้สะอาด แล้วนำไปต้มจนสุก จากนั้นให้นำถั่วเขียวและเนื้อมันฝรั่งมาบดรวมกันแล้วเติมน้ำมันมะกอกลงไปผสมจนเข้ากัน เสร็จแล้วนำมาใช้ขัดผิวบริเวณที่จุดด่างดำ โดยใช้เวลาขัดอย่างน้อย 5 นาทีแล้วล้างออก[3] ถั่วเขียวยังถูกนำมาใช้ในการพอกหน้า ขัดหน้า และขัดตัว เพื่อช่วยบำรุงผิวพรรณ ดูดซับไขมัน ช่วยลดสิว ป้องกันการเกิดสิว และช่วยลดริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า ทำให้ใบหน้าเต่งตึง[7] คุณค่าทางโภชนาการของเมล็ดถั่วเขียวดิบ ต่อ 100 กรัม พลังงาน 347 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 62.62 กรัม น้ำ 9.05 กรัม น้ำตาล 6.6 กรัม เส้นใย 16.3 กรัมลักษณะของถั่วเขียว ไขมัน 1.15 กรัม โปรตีน 23.86 กรัม วิตามินบี 1 0.621 มิลลิกรัม 54% วิตามินบี 2 0.233 มิลลิกรัม 19% วิตามินบี 3 2.251 มิลลิกรัม 15% วิตามินบี 5 1.91 มิลลิกรัม 38% วิตามินบี 6 0.382 มิลลิกรัม 29% วิตามินบี 9 625 ไมโครกรัม 156% วิตามินซี 4.8 มิลลิกรัม 6% วิตามินอี 0.51 มิลลิกรัม 3% วิตามินเค 9 ไมโครกรัม 9% ธาตุแคลเซียม 132 มิลลิกรัม 13% ธาตุเหล็ก 6.74 มิลลิกรัม 52% ธาตุแมกนีเซียม 189 มิลลิกรัม 53% ธาตุแมงกานีส 1.035 มิลลิกรัม 49% ธาตุฟอสฟอรัส 367 มิลลิกรัม 52% ธาตุโพแทสเซียม 1,246 มิลลิกรัม 27% ธาตุสังกะสี 2.68 มิลลิกรัม 28% สนับสนุน โดย คาสิโนออน์ไฃน์

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

May 21, 2020 09:26 #3

กาแฟ กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ทำมาจากเมล็ดซึ่งได้จากต้นกาแฟ หรือที่มักเรียกว่า เมล็ดกาแฟคั่ว ในปัจจุบันมีการปลูกกาแฟมากกว่า 70 ประเทศทั่วโลก กาแฟเขียว ซึ่งเป็นกาแฟที่ไม่ผ่านการคั่วก็เป็นอีกหนึ่งสินค้าทางการเกษตรที่มีการซื้อขายกันมากที่สุดในโลก และในปัจจุบันกาแฟได้กลายเป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมมากที่สุดด้วย สำหรับสายพันธุ์หลักของกาแฟที่ปลูกกันทั่วไปจะมีอยู่ด้วยกัน 2 สายพันธุ์ ได้แก่ กาแฟอาราบิก้า (Coffee arabica) และ กาแฟโรบัสต้า (Coffee canephora) โดยกาแฟอาราบิก้าจะเป็นกาแฟที่ได้รับความนิยมในการดื่มมากกว่ากาแฟโรบัสต้า เนื่องจากกาแฟโรบัสต้ามีรสชาติที่ขมกว่าและให้รสชาติได้น้อยกว่ากาแฟอาราบิก้า ด้วยเหตุผลนี้ กาแฟที่เพาะปลูกกันเป็นจำนวนมากกว่า สนับสนุน โดย เว้ป บา คา ร่า ที่ดีที่สุด





3 ใน 4 ของโลก จึงเป็นกาแฟอาราบิก้า แต่อย่างไรก็ตามกาแฟโรบัสต้าก็ยังสามารถพิสูจน์ได้ว่า ก่อให้เกิดโรคได้น้อยกว่ากาแฟอาราบิก้า อีกทั้งยังสามารถปลูกได้ในสภาพแวดล้อมที่กาแฟอาราบิก้าไม่สามารถเจริญเติบโตได้ ดังนั้นในธุรกิจกาแฟจึงมักจะใช้กาแฟโรบัสต้ามาทดแทนกาแฟอาราบิก้า เพราะมีราคาถูกกว่า นอกเหนือจากกาแฟทั้งสองสายพันธุ์หลักนี้แล้วก็ยังมีกาแฟพันธุ์ Coffea liberica และ Coffea esliaca อีกด้วย โดยที่เชื่อว่าเป็นพืชท้องถิ่นของประเทศไลบีเรียและทางตอนใต้ของประเทศซูดานตามลำดับ กาแฟอาราบิก้า กาแฟอาราบิก้า ชื่อสามัญ Arabian coffee, Coffee, Kofi, Koffie, Brazillian coffee กาแฟอาราบิก้า ชื่อวิทยาศาสตร์ Coffea arabica L. จัดอยู่ในวงศ์เข็ม (RUBIACEAE)[1] ต้นกาแฟอาราบิก้า เป็นพืชพื้นเมืองของทวีปแอฟริกา บริเวณประเทศเอธิโอเปีย แต่ชาวอาหรับเป็นชาติแรกที่นำกาแฟมาชงดื่ม จึงทำให้ชื่อภาษาละตินของกาแฟใช้คำว่า "อาราบิก้า" (arabica) ที่หมายถึงชาวอาหรับ โดยต้นกาแฟจัดเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก ที่มีความสูงของต้นประมาณ 2-4 เมตร ในปัจจุบันเพาะปลูกกันมากในเขตร้อนชื้นและกึ่งเย็น[1] สนับสนุน โดย เว้ป บา คา ร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

samnoi2323@gmail.com

May 23, 2020 14:16 #4

มะละกอเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพที่มีต้นกำเนิดจากอเมริกากลาง เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่นิยมรับประทานมากในบ้านเรา ด้วยการรับประทานสด ๆ หรือนำมาประกอบอาหาร เช่น ส้มตำ แกงส้ม หรือนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ก็ได้ มะละกอนั้นจัดว่าเป็นไม้ล้มลุก (หลาย ๆ คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นไม้ยืนต้น) ประโยชน์ของมะละกอนั้นก็มีค่อนข้างมาก มีสรรพคุณเป็นทั้งยารักษาโรค โดยสรรพคุณมะละกอก็เช่น ใช้เป็นยาระบาย ยาขับปัสสาวะ ช่วยรักษาโรคลักปิดลักเปิด เป็นต้น และยังมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 ธาตุแคลเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุเหล็ก โปรตีน เป็นต้น แต่มีคำแนะนำว่า ไม่ควรรับประทานมะละกอสุกในปริมาณมาก ๆ หรือติดต่อกันเป็นเวลานาน เพราะอาจจะทำให้ผิวของคุณเปลี่ยนเป็นสีเหลืองได้ สรรพคุณของมะละกอ มีส่วนช่วยกระตุ้นให้มารดามีน้ำนมมากขึ้น มะละกอมีส่วนช่วยในการบำรุงประสาทและสมอง มะละกอมีเอนไซม์ที่เป็นยาช่วยย่อยอาหาร ช่วยป้องกันลักปิดลักเปิดหรือเลือดออกตามไรฟันได้ ช่วยรักษาอาการขัดเบา ด้วยการใช้รากสดประมาณ 1 กำมือ สนับสนุน โดย คาสิโน ออน์ไลน์ ที่ดีที่สุด





รากแห้งอีกครึ่งกำมือ หั่นแล้วนำมาต้มกับน้ำ แล้วนำน้ำมาดื่มวันละ 3 ครั้งก่อนมื้ออาหาร เป็นยาระบายอ่อน ๆ แก้อาการท้องผูก ด้วยการกินเนื้อมะละกอสุก ช่วยในการย่อยอาหาร ใช้ฆ่าพยาธิ ด้วยการใช้ยางจากผลดิบซึ่งเป็นยาช่วยย่อยโปรตีน ใช้เป็นยาขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา จากรากมะละกอ ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ ช่วยรักษาอาการเท้าบวม ด้วยการนำใบมะละกอสด ๆ มาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับเหล้าขาว นำมาพอกบริเวณนั้น ๆ ช่วยแก้อาการเคล็ดขัดยอก ด้วยใช้รากมะละกอนำมาตำให้แหลกแล้วผสมกับเหล้าขาว นำมาทาบริเวณนั้น ๆ ใช้รักษาอาการผดผื่นคันขึ้นตามลำตัว ด้วยใช้ใบมะละกอ 1 ใบ เกลือ 1 ช้อนชา น้ำมะนาวจำนวน 2 ผล นำมาตำรวมกันให้ละเอียดแล้วนำมาทาบริเวณที่เป็นผดผื่น ช่วยรักษาโรคกลาก เกลื้อน เท้าเปื่อย ด้วยการใช้ยางมะละกอดิบมาทาวันละ 3 ครั้ง จะสามารถช่วยฆ่าเชื้อราได้ ช่วยรักษาอาการคันอันเกิดมาจากพิษของหอยคัน ด้วยการใช้ยางมะละกอดิบ ๆ นำมาทาทั้งเช้าและเย็น หากโดนเสี้ยนหรือหนามตำหรือหนามหักคาเนื้อใน หากนำยางมะละกอดิบมาทา หนามจะหลุดออกมา แต่ให้บ่งเปิดปากแผลก่อน หากโดนตะปูตำเท้าเป็นแผล ให้นำผิวของลูกมะละกอดิบมาตำแล้วนำมาพอกแผล โดยเปลี่ยนใหม่วันละ 2 ครั้ง ช่วยรักษาแผลพุพอง อักเสบ ด้วยการใช้ใบมะละกอที่แห้งกรอบนำมาบดให้เป็นผง นำไปผสมกับน้ำกะทิผสมให้พอเหนียว แล้วนำมาทาแผลวันละ 3 ครั้ง ใช้รักษาแผลไฟไหม้น้ำร้อนลวก ด้วยการใช้เนื้อมะละกอดิบ ๆ ต้มจนเปื่อย นำมาตำแล้วพอกบริเวณบาดแผล ใช้รักษาอาการปวดหลังปวดข้อต่าง ๆ ด้วยการรับประทานมะละกอสุกอย่างต่อเนื่องจะช่วยบรรเทาอาการดังกล่าวได้ ช่วยรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อหรือกล้ามเนื้อไม่มีแรง ด้วยการใช้รากมะละกอตัวผู้นำมาแช่เหล้าขาวทิ้งไว้ 7 วัน และกรองเอาน้ำมาทาบริเวณที่กล้ามเนื้อหรือบริเวณที่กล้ามเนื้ออ่อนแรง ช่วยลดอาการปวดบวม ด้วยการนำใบมะละกอสด ๆ ไปย่างไฟหรือใช้น้ำร้อนลวก แล้วนำมาประคบบริเวณที่มีอาการ หรือนำมาตำให้พอพยาบแล้วห่อด้วยผ้าขาวบาง นำมาทำเป็นลูกประคบก็ใช้ได้เหมือนกัน ช่วยป้องกันการเกิดอาการตับโตหรือโรคที่เกี่ยวกับตับ เป็นยาช่วยบำรุงหัวใจให้แข็งแรง มีงานวิจัยมะละกอพบว่าการรับประทานมะละกอเป็นประจำมีส่วนช่วยในการต่อต้านโรคมะเร็งได้ สนับสนุน โดย คาสิโน ออน์ไลน์ ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

samnoi2323@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

66thisisbrazil99@gmail.com

May 27, 2020 17:01 #5

ผักกระเฉด ชื่อวิทยาศาสตร์ Neptunia oleracea Lour. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Neptunia natans (L.f.) Druce, Neptunia prostrata (Lam.) Baill.) จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยสีเสียด (MIMOSOIDEAE หรือ MIMOSACEAE) สมุนไพรผักกระเฉด มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ผักหละหนอง (แม่ฮ่องสอน), ผักกระเสดน้ำ (ยโสธร, อุดรธานี, ภาคอีสาน), ผักกระเฉด ผักรู้นอน (ภาคกลาง), ผักหนอง (ภาคเหนือ), ผักฉีด (ภาคใต้) เป็นต้น กระเฉด จัดเป็นพืชที่เกิดตามผิวน้ำ ลำต้นเป็นเถากลม เนื้อนิ่ม ลักษณะของใบจะคล้ายกับใบกระถิน โดยใบจะหุบในยามกลางคืน จึงเป็นที่มาของชื่อ "ผักรู้นอน" ระหว่างข้อจะมีปอดเป็นฟองสีขาวหุ้มลำต้นที่เรียกว่า "นมผักกระเฉด" ซึ่งทำหน้าที่ช่วยพยุงให้ผักกระเฉดลอยน้ำได้นั่นเอง และยังมีรากงอกออกมาตามข้อซึ่งจะเรียกว่า "หนวด" ลักษณะของดอกจะเป็นช่อเล็ก ๆ สีเหลือง และผลจะมีลักษณะเป็นฝักโค้งงอเล็กน้อย แบน มีเมล็ดประมาณ 4-10 เมล็ด คุณค่าทางโภชนาการของผักกระเฉด 100 กรัมจะมี ธาตุแคลเซียม 123 มิลลิกรัม ซึ่งถือว่าสูงมาก นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วย เส้นใย สนับสนุน โดย คาสิโน ออน์ไลน์ ที่ดีที่สุด





ธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส วิตามินเอ เบตาแคโรทีน วิตามินบี 3 วิตามินซี อีกด้วย ข้อควรระวัง : แต่ก็มีคำแนะนำออกมาว่าการรับประทานผักกระเฉดควรทำให้สุกก่อนนำมารับประทาน เพราะมีความเสี่ยงต่อพยาธิตัวอ่อนที่อาจปะปนเข้ามา รวมไปถึง "ไข่ปลิง" ที่ทนความร้อนได้สูงมาก แอดมินไปอ่านเจอมาว่าต้องต้มด้วยความร้อนสูงถึง 500 องศาเซลเซียสและต้องต้มนานเป็นชั่วโมงเลยถึงจะรับประทานได้อย่างปลอดภัย และนอกจากนี้ยังอาจมีสารพิษจากยาฆ่าแมลง "คาร์โบฟูราน" ปลอมปนเข้ามาอีกด้วย ซึ่งสารพิษตัวนี้มีพิษร้ายแรงต่อร่างกายมนุษย์ มีผลต่อระบบประสาทและหัวใจ เป็นสารก่อมะเร็ง และอาจทำให้ระบบสืบพันธุ์ทำงานผิดปกติได้ ซึ่งผักกระเฉดในบ้านเราก็เคยถูกอียูสั่งแบน ห้ามนำเข้าอย่างเด็ดขาดมาแล้วด้วยสาเหตุนี้เอง ถ้าไม่แน่ใจจริงก็รับประทานด้วยวิธีปรุงสุกจะดีกว่ารับประทานแบบประเภทยำประโยชน์ของผักกระเฉด ช่วยบำรุงร่างกายและดับพิษ ช่วยแก้อาการปวดศีรษะ กระเฉดมีฤทธิ์เป็นยาเย็น จึงช่วยดับพิษร้อนได้เป็นอย่างดี ผักกระเฉดมีสรรพคุณช่วยแก้พิษไข้ ช่วยบรรเทาอาการปวดฟัน ด้วยการนำผักกระเฉดมาตำผสมกับเหล้า แล้วหยอดในบริเวณฟันที่มีอาการปวด ช่วยขับเสมหะ ช่วยขับลมในกระเพาะ ช่วยรักษาโรคกามโรค ช่วยแก้อาการปวดแสบปวดร้อน ช่วยถอนพิษยาเบื่อยาเมา สนับสนุน โดย คาสิโน ออน์ไลน์ ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

66thisisbrazil99@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

raccoon2563@gmail.com

May 28, 2020 12:07 #6

6.W Motors Lykan Hypersport – 107 ล้านบาท ใครว่าผู้ผลิตรถจากดินแดนทะเลทรายอย่างดูไบจะทำรถแรงไม่ได้ นี่เลย W Motors Lykan Hypersport ที่เปิดตัวเมื่อปี 2013 มีความเด่นด้วยโคมไฟหน้า LED ที่ทำจากไทเทเนียม พร้อมด้วยการใส่เพชร 15 กะรัต จำนวน 420 เม็ด ในโคมไฟแต่ละข้าง ภายในมีหน้าจอโฮโลกราฟฟิคตรงกลางสร้างความทันสมัยยิ่งกว่าใคร ขุมพลังเบนซิน 6 สูบ เทอร์โบคู่ ขนาด 3.7 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 780 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 960 นิวตั5.Lamborghini Veneno – 142 ล้านบาท ในที่สุดรถค่ายกระทิงดุสัญชาติอิตาลีก็โผล่มาซักที โดยเจ้า Lamborghini Veneno ถูกสร้างบนพื้นฐานของ Aventador ระหว่างปี 2014-2015 เปิดราคามาที่ 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 142 ล้านบาท) โดยผู้ซื้อสามารถเลือกได้ว่าจะเอาตัวถังคูเป้หรือว่าเปิดประทุน ภายใต้ฝากระโปรงหลังมีเครื่องยนต์เบนซิน V12 ขนาด 6.5 ลิตร กับม้าฝูงโต 740 ตัว แรงบิด 609 นิวตันเมตร ช่วยให้มันเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาต่ำกว่า 2.9 วินาที ทั้งนี้ Veneno เป็นแลมโบร์ฯ ที่แพงที่สุดเท่าที่บริษัทเคยผลิตมา4.Koenigsegg CCXR Trevita – 152 ล้านบาท สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด



มาถึงอันดับที่ 4 เป็นรถไฮเปอร์คาร์สัญชาติสวีเดน Koenigsegg CCXR Trevita ที่ผู้ผลิตระบุว่าเป็นรถรุ่นที่มีราคาจับต้องได้มากที่สุด… ทว่าความจริงนั้นพวกเขาเคลือบตัวถังด้วยเพชร ทำให้ราคามันพุ่งไปสูงถึง 4.8 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 152 ล้านบาท) กำลังงานหลักของรถสวีเดน เป็นหน้าที่เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ V8 ขนาด 4.8 ลิตร 1,004 แรงม้า แรงบิด 1,080 นิวตันเมตร แต่ก็น่าเสียดายที่มีผลิตออกมาเพียง 3 คันเท่านั้น3.Mercedes-Maybach Exelero – 253 ล้านบาท ต้นกำเนิดของการเกิด Mercedes-Maybach Exelero มีที่มาจาก Fulda บริษัทสัญชาติเยอรมันในเครือผู้ผลิตยาง Goodyear ได้ว่าจ้างให้ช่วยทดสอบยางรุ่นใหม่ โดย Exelero ถูกผลิตขึ้นจากพื้นฐานของรถ Maybach และเปิดตัวในปี 2004 เพียง 1 คันเท่านั้น เครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบคู่ V12 ขนาด 5.9 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 690 ตัว แรงบิด 1,020 นิวตันเมตร ทำความเร็วสูงสุดได้ 350 กม./ชม





. อย่างไรก็ตาม ด้วยค่าเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันคาดว่ามันมีมูลค่าเกิน 316 ล้านบาทไปแล้ว 2.Rolls-Royce Sweptail – 405 ล้านบาท ในที่สุดก็มีแบรนด์รถหรูสุดอัมตะอย่าง Rolls-Royce Sweptail ที่เป็นรถยนต์แพงที่สุดในโลกแห่งปี 2017 ซึ่งในตอนนั้นผู้ผลิตไม่ได้เปิดเผยราคาเป็นทางการ แต่ในการประเมินราคานั้นรถหรูสองประตูคันนี้มีราคาในตลาด 405 ล้านบาท เพราะมีผลิตเพียงคันเดียวในโลก คว้าที่ 2 จาก 10 อันดับสุดยอดรถยนต์ราคาแพงตลอดกาล สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

raccoon2563@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

mahacharoen_eng@hotmail.com

Jun 2, 2020 11:55 #7

ทุเรียน ทุเรียน ชื่อสามัญ Durian (มาจากคำว่า duri ในภาษามาเลย์ซึ่งแปลว่า "หนาม")ทุเรียน ชื่อวิทยาศาสตร์ Durio zibethinus L. (ชื่อพ้องวิทยาศาสตร์ Durio acuminatissimus Merr., Durio stercoraceus Noronha) จัดอยู่ในวงศ์ชบา (MALVACEAE) ทุเรียนเป็นผลไม้ที่อยู่วงศ์ฝ้าย ในสกุลทุเรียน (แต่นักอนุกรมวิธานบางท่านจัดให้ทุเรียนอยู่ในวงศ์ทุเรียน) ทุเรียนจัดว่าเป็นราชาผลไม้ไทย โดยเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย อินโดนีเซีย และบรูไน โดยลักษณะของผลทุเรียนจะมีขนาดใหญ่ ผลรีถึงกลม และมีเปลือก( สีเขียวถึงสีน้ำตาล) ที่ปกคลุมไปด้วยหนามแข็ง ผลทุเรียนอาจมีเส้นผ่านศูนย์กลางของผลยาวถึง 15 ซม. น้ำหนักโดยทั่วไปประมาณ 1-3 กิโลกรัม สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด



และมีเนื้อที่นำมารับประทานเป็นสีเหลืองซีดจนถึงสีแดง ซึ่งจะแตกต่างกันออกไปตามสายพันธุ์ ทุเรียนมีมากกว่า 30 ชนิด แต่มีเพียง 9 ชนิดเท่านั้นที่สามารถรับประทานได้ ได้แก่ Durio zibethinus, Durio dulcis, Durio grandiflorus, Durio graveolens, Durio kutejensis, Durio lowianus, Durio macrantha, Durio oxleyanus และ Durio testudinarum แต่มีเพียงสายพันธุ์ Durio zibethinus ชนิดเดียวเท่านั้นที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และชนิดนี้ก็แบ่งแยกย่อยไปอีกมากกว่า 200 สายพันธุ์ โดยสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมและปลูกกันมากก็คือ พันธุ์หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และพันธุ์ก้านยาว เป็นต้น ทุเรียนเป็นผลไม้ที่กลิ่นเฉพาะตัวประโยชน์ของทุเรียน โดยเนื้อในจะเหมือนคัสตาร์ด มีรสชาติคล้ายอัลมอนด์ สำหรับบางคนนั้นบอกว่าทุเรียนมีกลิ่นหอม แต่ในขณะที่บางคนกลับมองว่ามันมีกลิ่นเหม็นรุนแรงจนถึงขั้นสะอิดสะเอียนเลยทีเดียว (ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เขาห้ามนำทุเรียนเข้าไปในโรงแรมและการขนส่งสาธารณะ) ทุเรียนนั้นเราสามารถรับประทานได้ทั้งสุกและห่ามแล้วแต่คนชอบ นอกจากนี้ยังนำไปใช้ทำอาหารได้อย่างหลากหลาย





แม้แต่เมล็ดก็รับประทานได้แต่ต้องทำให้สุกก่อน สรรพคุณของทุเรียน ช่วยทำให้ฝีแห้ง (เนื้อทุเรียน) ช่วยแก้โรคผิวหนัง (เนื้อทุเรียน) สารสกัดจากใบและรากทุเรียนใช้เป็นยาแก้ไข้ได้ ด้วยการใช้น้ำจากใบวางบนศีรษะของผู้ป่วยจะช่วยลดไข้ได้ (ราก, ใบ) ทุเรียนมีสรรพคุณช่วยแก้อาการท้องร่วง (ราก) ช่วยขับพยาธิ (ใบ, เนื้อทุเรียน) ทุเรียนมีสรรพคุณทางยาช่วยแก้ดีซ่าน (ใบ) ช่วยทำให้หนองแห้ง (ใบ) ช่วยแก้ตานซาง (เปลือก) ช่วยรักษาโรคคางทูม (เปลือก) ช่วยแก้น้ำเหลืองเสีย (เปลือก) ช่วยแก้ฝี (เปลือก) ช่วยรักษาแผลพุพอง (เปลือก) ใช้สมานแผล (เปลือก) เปลือกทุเรียนใช้ไล่ยุงและแมลง (เปลือก) สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

mahacharoen_eng@hotmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

tunaking789@gmail.com

Jun 3, 2020 11:20 #8

ฟักทอง ฟักทอง ชื่อสามัญ Pumpkin ฟักทอง ชื่อวิทยาศาสตร์ Cucurbita moschata Duchesne จัดอยู่ในวงศ์แตง (CUCURBITACEAE) ฟักทองแบ่งออกเป็น 2 ตระกูล ตระกูลแรกก็คือ ตระกูลฟักทองอเมริกัน (Pumpkin) ผลใหญ่ เนื้อยุ่ย และตระกูลสควอช (Squash) ซึ่งได้แก่ฟักทองไทยและฟักทองญี่ปุ่น โดยฟักทองไทยนั้น ผิวของผลขณะยังอ่อนจะเป็นสีเขียว เมื่อแก่แล้วจะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองสลับเขียว ผิวมีลักษณะขรุขระเล็กน้อย เปลือกจะแข็ง เนื้อด้านในเป็นสีเหลือง พร้อมด้วยเมล็ดสีขาวแบน ๆ ติดอยู่ ฟักทองอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุมากมายที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย เช่น วิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด





ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแคลเซียม ธาตุโพแทสเซียม ธาตุโซเดียม ธาตุแมงกานีส ธาตุเหล็ก ซิงค์ เป็นต้น ฟักทองยังเป็นอาหารเพื่อสุขภาพของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอีกด้วย เพราะฟักทองมีกากใยที่สูงมาก มีแคลอรีและไขมันน้อย จึงเหมาะกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วนและควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี เพียงแค่รับประทานฟักทองหนึ่งถ้วยหรือ 3 กรัม จะทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มได้นานขึ้น ฟักทอง แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกายอยู่มาก แต่การรับประทานอย่างไม่เหมาะสมก็อาจเกิดโทษได้เช่นกัน เนื่องจากฟักทองนั้นมีฤทธิ์อุ่น ไม่เหมาะกับผู้ที่กระเพาะร้อน เช่น ผู้ที่มักมีอาการกระหายน้ำ ปัสสาวะเหลือง ท้องผูก มีแผลในช่องปาก เหงือกบวมเป็นประจำ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่มีอาการเหล่านี้ไม่ควรรับประทานฟักทองในปริมาณที่มากเกินไปหรือบ่อยเกินไป แม้กระทั่งในคนปกติเองก็ตาม ก็ไม่ควรรับประทานอย่างไร้สติ เพราะอาจจะทำให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ไม่สบายท้องได้ ประโยชน์ของฟักทอง ฟักทองมีสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่มีส่วนช่วยในการชะลอวัยและความแก่ชรา ช่วยฟื้นบำรุงสุขภาพผิวให้เปล่งปลั่งสดใสและช่วยปกป้องผิวไม่ให้เหี่ยวย่น ช่วยบำรุงและรักษาสายตา ฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพร่างกาย ช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย น้ำมันจากเมล็ดฟักทองมีส่วนช่วยบำรุงประสาท เมล็ดฟักทองช่วยทำให้อารมณ์ดี เพราะมีสารที่ช่วยในการสร้าง Serotonin ซึ่งมีผลต่ออารมณ์ มีฤทธิ์ในการช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด เป็นอาหารที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนักหรืออยากลดความอ้วน เพราะมีไขมันน้อย กากใยสูง ฟักทองมีกรดโปรไบโอนิค ซึ่งมีส่วนทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลงมีส่วนช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจและโรคหัวใจ ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยบริเวณข้อเข่า บั้นเอว มีส่วนช่วยป้องกันโรคผิวหนัง เปลือกฟักทองมีคุณสมบัติในการกระตุ้นการหลั่งอินซูลินในร่างกาย ซึ่งช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันการเกิดโรคเบาหวาน ช่วยฟื้นฟูร่างกายหลังออกกำลังกายหรือหลังจากร่างกายทำงานอย่างหนัก และทำให้กล้ามเนื้อทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ รากฟักทองนำมาต้มกับน้ำดื่มช่วยแก้และบรรเทาอาการไอ ฟังทอกจัดว่ามีกากใยอาหารสูง ซึ่งมีส่วนช่วยในการขับถ่าย





ฟักทองมีฤทธิ์อุ่นซึ่งจะช่วยย่อยอาหารได้เป็นอย่างดี ช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ มีส่วนช่วยในการขับปัสสาวะ ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่ว ช่วยป้องกันไม่ให้ต่อมลูกหมากขยายใหญ่มากขึ้น ช่วยปรับระดับฮอร์โมนเพศชายที่ได้จากลูกอัณฑะให้อยู่ในระดับปกติ ช่วยขับพยาธิตัวตืด โดยนำเมล็ดฟักทองประมาณ 50 กรัม นำมาตำให้ละเอียดแล้วผสมกับน้ำตาล นม และเติมน้ำลงไปจนได้ประมาณ 500 มิลลิลิตร แล้วนำมาแบ่งรับประทานเป็น 3 ครั้ง ทุก ๆ 2 ชั่วโมง ช่วยบำรุงตับและไตให้แข็งแรง รากฟักทองเมื่อนำมาต้มดื่มจะช่วยถอนพิษจากแมลงกัดต่อย ถอนพิษของฝิ่นได้ เยื่อกลางของผลฟักทอง สามารถนำมาใช้พอกแผล แก้อาการฟกช้ำ อาการปวดและอักเสบได้ ใช้รับประทานเป็นอาหารว่าง อย่างน้ำฟักทองคั้นสด พายฟักทอง นำมาใช้ในการประกอบอาหารได้ย่างหลากหลาย เช่น ซุปฟักทอง แกง กินกับน้ำพริก เป็นต้น สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

tunaking789@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

tunaking789@gmail.com

Jun 5, 2020 10:45 #9

ประโยชน์ของขนุน เม็ดขนุน ช่วยบำรุงน้ำนม ขับน้ำนม ทำให้น้ำนมของแม่เพิ่มมากขึ้น (เม็ดขนุน) ใช้หมักทำเหล้า (เนื้อหุ้มเมล็ดสุก) ช่วยแก้อาการเมาสุรา (ผลสุก) แก่นของต้นขนุน นำมาใช้ทำสีย้อมผ้าได้ โดยจะให้สีน้ำตาลแก่ นิยมนำมาใช้ย้อมสีจีวรพระ ส่าแห้งของขนุนนำมาใช้ทำเป็นชุดจุดไฟได้ เนื้อไม้ของต้นขนุนสามารถนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และเครื่องดนตรีได้ เมล็ดและยวงสามารถนำมารับประทานเป็นอาหารได้ เนื้อขนุนสุกนำมารับประทานเป็นผลไม้และทำเป็นขนมได้หลายชนิด เช่น ใส่ในไอศกรีม ลอดช่อง กินกับข้าวเหนียวมูน นำไปอบแห้ง ขนุนอ่อนนิยมนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทานเป็นผัก เช่น ใส่ในส้มตำ ตำมะหนุน แกงขนุน ยำ ขนุนอบกรอบ เป็นต้น คุณค่าทางโภชนาการของเนื้อขนุนดิบ ต่อ 100 กรัม พลังงาน 95 กิโลแคลอรี คาร์โบไฮเดรต 23.25 กรัม น้ำตาล 19.08 กรัม เส้นใย 1.5 กรัม ไขมัน 0.64 กรัม โปรตีน 1.72 กรัม วิตามินเอ 5 ไมโครกรัม สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด





1% เบตาแคโรทีน 61 ไมโครกรัม 1% ลูทีนและซีแซนทีน 157 ไมโครกรัม วิตามินบี 1 0.105 มิลลิกรัม 9% วิตามินบี 2 0.055 มิลลิกรัม 5% วิตามินบี 3 0.92 มิลลิกรัม 6% วิตามินบี 5 0.235 มิลลิกรัม 5% วิตามินบี 6 0.329 มิลลิกรัม 25% วิตามินบี 9 24 ไมโครกรัม 6% วิตามินซี 14.7 มิลลิกรัม 17% วิตามินอี 0.34 มิลลิกรัม 2% ธาตุแคลเซียม 24 มิลลิกรัม 2% ธาตุเหล็ก 0.23 มิลลิกรัม 2% ธาตุแมกนีเซียม 29 มิลลิกรัม 8% ธาตุแมงกานีส 0.043 มิลลิกรัม 2% ธาตุฟอสฟอรัส 21 มิลลิกรัม 3% ธาตุโพแทสเซียม 448 มิลลิกรัม 10% ธาตุโซเดียม 2 มิลลิกรัม 0% ธาตุสังกะสี 0.13 มิลลิกรัม 1% % ร้อยละของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database)ผลไม้ขนุน มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า ขะนู (จันทบุรี), นะยวยซะ (กาญจนบุรี), เนน (นครราชสีมา), ซีคึย ปะหน่อย หมากกลาง (แม่ฮ่องสอน), นากอ (ปัตตานี), มะหนุน (ภาคเหนือ ภาคใต้), ลาน ล้าง (ภาคเหนือ), หมักหมี้ (ตะวันอองเฉียงเหนือ) และชื่ออื่น ๆ เช่น ขะเนอ, ขนู,นากอ, มะยวยซะ, Jack fruit tree เป็นต้น ลักษณะของขนุน ต้นขนุน เป็นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 15-30 เมตร กิ่งและลำต้นเมื่อมีแผลจะมีน้ำยางสีขาวข้นไหลออกมา ลักษณะของใบขนุน เป็นใบเดี่ยวเรียงสลับ แผ่นใบเป็นรูปรี ปลายใบทู่ถึงแหลม โคนใบมน ใบหนา ผิวด้านบนของใบจะมีสีเขียวเข้มเป็นมัน ส่วนผิวใบด้านล่างจะสากมือ ใบขนุนกว้างประมาณ 5-8 เซนติเมตร ยาวประมาณ 10-15 เซนติเมตร สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

tunaking789@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

tunaking789@gmail.com

Jun 9, 2020 11:28 #10

ะของปริมาณแนะนำที่ร่างกายต้องการในแต่ละวันสำหรับผู้ใหญ่ (ข้อมูลจาก : USDA Nutrient database) วิธีทำน้ำกีวีปั่น วิธีทำน้ำกีวีปั่นรสเปรี้ยวของกีวีเป็นสิ่งที่ใครหลาย ๆ คนชื่นชอบ แต่ถ้ามันเปรี้ยวเกินไปก็คงจะไม่อร่อย เราจึงต้องผสมน้ำเขียวเข้มข้นและน้ำองุ่น เพื่อให้มีรสชาติเปรี้ยวอมหวานเล็กน้อยและรสชาติกลมกล่อม ชื่นใจ กีวีปั่นวิธีทำอย่างแรกให้เตรียมวัตถุดิบดังนี้ กีวีที่ใช้ปั่น 2 ผล / กีวีสไลซ์สำหรับตกแต่งหน้า / น้ำองุ่น 1½ ถ้วยตวง / น้ำเขียวเข้มข้น 3 ช้อนโต๊ะ / น้ำแข็ง นำกีวี 2 ผลที่ได้มาปอกเปลือกเหลือแต่เนื้อแล้วหั่นเป็นชิ้น ๆ นำกีวีที่ปอกเปลือก น้ำองุ่น น้ำเขียวเข้มข้น ใส่ลงไปในโถปั่น ปั่นพอละเอียด ก็จะได้น้ำกีวี (จะใส่น้ำแข็งลงไปในโถปั่นเลยก็ได้) หลังจากนั้นนำมารินใส่แก้วพร้อมน้ำแข็ง ตกแต่งหน้าเล็กน้อยด้วยกีวีสไลซ์เพื่อความสวยงามและเพื่อให้น่ารับประทานยิ่งขึ้น (ตกแต่งหรือไม่ก็ได้) เสร็จแล้วน้ำกีวีปั่นฝีมือของคุณ สนับสนุน โดย เว้ป บ่า คาร่า ที่ดีที่สุด







โทษของกีวี ในบางรายอาจมีอาการแพ้ได้ เพราะผลไม้กีวีมีเอนไซม์ชนิดพิเศษซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุของอาการแพ้ได้ แต่อาการแพ้ดังกล่าวถือว่ามีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก ๆ หรือแทบไม่มีเลย แต่สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้กีวีสีเขียว คุณอาจจะไม่มีปัญหาหรือมีอาการแพ้กีวีสีทองก็เป็นได้ แต่ทั้งนี้ควรสอบถามแพทย์ก่อนที่จะรับประทาน ประโยชน์ของกีวี่ มีสารต่อต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยชะลอวัยและการเกิดริ้วรอยแห่งวัย มีวิตามินซีสูง ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจน ช่วยทำให้โครงสร้างผิวมีความแข็งแรง บำรุงผิวพรรณให้เปล่งปลั่งสดใส มีส่วนช่วยลดจุดด่างดำใต้ผิว แก้ปัญหาผิวหมองคล้ำ เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก เพราะการรับประทานกีวีช่วยให้อิ่มเร็ว ทำให้ไม่อ้วน เป็นผลไม้ที่มีโอเมก้า-3 ซึ่งร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ช่วยป้องกันการเสื่อมสภาพของเซลล์ในร่างกาย สาร "โพลีฟีนอล" ในผลกีวีมีคุณสมบัติช่วยต่อต้านการเกิดโรคมะเร็ง ใช้แต่งหน้าเค้กและสลัดต่าง ๆ การนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่น ผลไม้กระป๋อง กีวีกวน กีวีตากแห้ง น้ำผลไม้ ไวน์ ผลไม้แช่แข็งสรรพคุณของกีวี ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตในร่างกายให้ดียิ่งขึ้น กีวี่เป็นผลไม้ที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องการนอนหลับยาก กีวีจะช่วยให้คุณหลับง่ายและสบายมากขึ้น ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือด โพแทสเซียมจากกีวีช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ ช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจวาย โฟเลตจากกีวีช่วยในเรื่องการแบ่งตัวของเซลล์ใหม่ จำเป็นอย่างมากสำหรับมารดาที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะช่วยลดโอกาสเสี่ยงที่ทารกจะมีความพิการทางสมองและระบบประสาทหากขาดโฟเลต และเสริมสร้างพัฒนาการของทารกในครรภ์ ซิงค์จากกีวี เป็นแร่ธาตุที่จำเป็นในการใช้สร้างฮอร์โมนเพศชาย ช่วยเสริมสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง ช่วยป้องกันฟันผุ







กีวีจะช่วยลดอนุมูลอิสระเหล่านี้ได้ ช่วยซ่อมแซมกล้ามเนื้อและเส้นใยประสาท ช่วยซ่อมแซมเซลล์ DNA ที่ถูกทำลายจากกระบวนการเผาผลาญอาหารในร่างกายของเราได้ ควรรับประทานกีวีพร้อมหรือหลังอาหาร หากอาหารมื้อนั้นมีไขมัน ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง กีวีสีทองสามารถทำให้ร่างกายต่อสู้กับโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดี ช่วยบรรเทาอาการเจ็บคอได้ ไฟเบอร์ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยป้องกันโรคท้องผูก ช่วยให้ขับถ่ายอย่างสะดวกและสม่ำเสมอ ช่วยต่อต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อไวรัส ช่วยบรรเทาอาการอักเสบต่าง ๆ ในร่างกาย สนับสนุน โดย เว้ป บ่า คาร่า ที่ดีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

tunaking789@gmail.com

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

Jun 10, 2020 11:58 #11

หางนกยูงฝรั่ง หางนกยูงฝรั่ง ชื่อสามัญ Flam-boyant, The Flame tree, Royal poinciana หางนกยูงฝรั่ง ชื่อวิทยาศาสตร์ Delonix regia (Hook.) Raf. จัดอยู่ในวงศ์ถั่ว (FABACEAE หรือ LEGUMINOSAE) และอยู่ในวงศ์ย่อยราชพฤกษ์ (CAESALPINIOIDEAE หรือ CAESALPINIACEAE) สมุนไพรหางนกยูงฝรั่ง มีชื่อท้องถิ่นอื่น ๆ ว่า นกยูงฝรั่ง อินทรี (ภาคกลาง), หงอนยูง (ภาคใต้), นกยูง นกยูงฝรั่ง ชมพอหลวง ส้มพอหลวง (ภาคเหนือ), ยูงทอง (มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เป็นต้น ข้อควรรู้ ! : ต้นหางนกยูงฝรั่งจัดเป็นต้นไม้ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ลักษณะของหางนกยูงฝรั่ง ต้นหางนกยูงฝรั่ง มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมในเกาะมาดากัสการ์ ทวีปแอฟริกา ซึ่งค้นพบครั้งแรกเมื่อช่วงปี พ.ศ. 2367 โดยนักพฤกษศาสตร์ชาวออสเตรเลียชื่อ เวนเซล โบเจอร์ (Wenzel Bojer) โดยจัดเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อต้นโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 12-18 เมตร มีเรือนยอดแบแผ่กว้างเป็นทรงกลมคล้ายร่ม และแผ่กิ่งก้านออกคล้ายกับต้นจามจุรี แต่จะมีขนาดเล็กกว่า ลำต้นหางนกยูงฝรั่ง ลักษณะลำต้นจะเกลี้ยง สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ทีด่ีที่สุด







เปลือกมีสีน้ำตาลอ่อนอมขาวถึงสีน้ำตาลเข้ม โคนต้นเป็นพูพอน และเมื่อต้นโตเต็มที่มักจะมีรากโผล่ขึ้นมาบนดินโดยรอบ ซึ่งต้นหางนกยูงฝรั่งจะขยายพันธุ์ด้วยวิธีการใช้เมล็ดเป็นหลัก แต่ก็สามารถใช้วิธีการติดตา ต่อกิ่ง และเสียบยอดก็ได้เช่นกัน โดยจะเจริญเติบโตได้ดีในดินทั่วไปดอกหางนกยูงฝรั่ง ลักษณะเป็นช่อดอก ออกดอกตามปลายกิ่งและตามง่ามใบใกล้ปลายกิ่ง ดอกประกอบด้วยกลีบดอก 5 กลีบ มีเกสรตัวผู้ยาวงอนออกมาเหนือกลีบดอก กลีบดอกประกอบด้วย 2 สี คือสีแดงและสีเหลือง แต่เวลามองอาจจะเห็นเป็นสีแสด ซึ่งดอกใดที่มีสีเหลืองมากกว่า ดอกก็เป็นสีแสดออกเหลือง ๆ แต่ถ้าดอกใดมีสีแดงมากกว่าก็จะออกเป็นสีแสดออกแดง (แต่ก็มีหางนกยูงบางต้นที่สามารถออกดอกเป็นสีแดงแท้ ๆ และดอกหางนกยูงฝรั่งสีเหลืองแท้ได้เหมือนกัน แต่ก็หาดูได้ยากนัก) ปกติแล้วโดยทั่วไปจะพบแต่หางนกยูงดอกสีแสด และดอกหางนกยูงฝรั่งจะออกดอกและทิ้งใบอยู่ใต้ต้นเหลือแต่บอกที่บานสะพรั่ง ทำให้ดูงดงามมากเป็นพิเศษ โดยในประเทศไทยฤดูที่ออกดอกของต้นหางนกยูงฝรั่ง ก็คือในช่วงเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมสรรพคุณหางนกยูงฝรั่ง รากใช้เป็นยาขับโลหิตสตรี (ราก) รากช่วยแก้อาการบวมต่าง ๆ (ราก) ลำต้นนำมาฝนใช้ทาแก้พิษ ถอนพิษจากแมลงสัตว์กัดต่อยได้ (ลำต้น) ประโยชน์ของหางนกยูงฝรั่ง ต้นหางนกยูงฝรั่งเป็นต้นไม้ที่เป็นทรงพุ่มสวยงดงามมาก







สีของดอกดูสวยสดใส เป็นต้นไม้ที่ปลูกได้ง่ายและทนทานต่อสภาพอากาศแห้งแล้ง มักนิยมปลูกไว้ประดับตามสถานที่ราชการต่าง ๆ รวมไปถึงสวนสาธารณะและตามขอบถนนหนทางต่าง ๆ รากนำมาต้มหรือนำมาทอดรับประทานร่วมกับอาหารได้ เมล็ดอ่อนสามารถนำมารับประทานสดได้ แต่ถ้าเป็นเมล็ดแก่ต้องนำมาทำให้สุกก่อนจึงจะสามารถรับประทานได้ (เนื่องจากเมล็ดแก่มีสารประกอบบางชนิดที่เป็นพิษ และจะถูกทำลายได้โดยความร้อน) เมล็ดสามารถนำไปใช้ประกอบอาหารได้ เช่น การนำมาทำเป็นขนมหวานด้วยวิธีต้มกับน้ำตาลราดกะทิ เป็นต้น This document has been composed with the free HTML edior. Click here to give it a try. สนับสนุน โดย เว้ป บา คาร่า ทีด่ีที่สุด

นาย

นาย

ผู้เยี่ยมชม

lxngsuwrrnat@gmail.com

sa gaming

sa gaming

ผู้เยี่ยมชม

sunisa.janpen01@gmail.com

Oct 11, 2020 20:33 #12

เราเป็นเว็บที่ให้เล่นคาสิโนออนไลน์ในรูปแบบบนคอมพิวเตอร์ และบนมือถือ มีเกมให้เลือกเล่นมากมาย ทั้งบาคาร่า
เกมสล็อต เสือมังกร ทั้งหมดเรามีให้บริการบน สามารถเลือกเล่นได้ตามใจชอบ มาพร้อมกับระบบฝากถอนออโต้
ที่ทันสมัยที่สุดในประเทศไทย ทำรายการรวดเร็วไม่เกิน 1 นาที ทำรายการได้ด้วยตนเอง ทั้งฝากถอน หากสงสัยแอดมินพร้อมให้บริการทุกท่าน
ตลอด 24 ชั่วโมง เล่นบาคาร่าออนไลน์ สล็อตออนไลน์ ผ่านเว็บง่ายๆ
sa gaming
sexygame
sa
prettygame
lottovip
เครดิตฟรี
jetsadabet
เว็บเจษ
joker

sa gaming

sa gaming

ผู้เยี่ยมชม

sunisa.janpen01@gmail.com

ตอบกระทู้
CAPTCHA Image
กรุณากรอกตัวเลขผลลัพธ์จากด้านบน
Powered by MakeWebEasy.com